ต้องรู้ก่อนผลิต: ไขข้อสงสัยเรื่อง SPF, PA และส่วนผสม 'กันแดด' ที่ อย. อนุญาต
ต้องรู้ก่อนผลิต: ไขข้อสงสัยเรื่อง SPF, PA และส่วนผสม 'กันแดด' ที่ อย. อนุญาต
1. ไขข้อสงสัยเรื่องค่า SPF และ PA: มาตรฐานการปกป้องที่ต้องเข้าใจ
ครีมกันแดดที่ดีต้องปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก คือ UVA และ UVB การเลือกและระบุค่าการปกป้องบนฉลากจึงต้องมีความแม่นยำตามมาตรฐานสากล
☀️ ค่า SPF (Sun Protection Factor): ตัวเลขวัดการปกป้องจาก UVB
UVB เป็นรังสีที่ทำให้ผิวไหม้ แดง และแสบร้อน (Sunburn)
SPF คือค่าที่บอกว่าครีมกันแดดนั้นสามารถยืดระยะเวลาที่ผิวจะไหม้เมื่อเจอแดดออกไปได้กี่เท่าเมื่อเทียบกับการไม่ทาเลย เช่น ถ้าผิวคุณเริ่มไหม้ใน 10 นาที เมื่อทา SPF 30 ก็จะช่วยยืดเวลาเป็น นาที (หรือ 5 ชั่วโมง)
สิ่งที่ควรรู้: ค่า SPF ที่สูงมาก ๆ เช่น SPF 50+ ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันต่างจาก SPF 30 มากนัก โดย
SPF 15 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 93%
SPF 30 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 97%
SPF 50 ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 98%
ข้อกำหนดของ อย. ในการแสดงค่า: หากมีการทดสอบและมีค่า SPF สูงกว่า 50 ให้แสดงค่าเป็น SPF 50+ ได้
🌤️ ค่า PA (Protection Grade of UVA): สัญลักษณ์วัดการปกป้องจาก UVA
UVA เป็นรังสีที่ทะลุผิวได้ลึกกว่า ทำลายคอลลาเจน ทำให้เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ และเป็นสาเหตุหลักของผิวแก่ก่อนวัย
PA เป็นระบบที่นิยมใช้ในเอเชียเพื่อแสดงระดับการปกป้องจาก UVA โดยใช้สัญลักษณ์ "บวก" (+)
PA+: ป้องกัน UVA ได้น้อย
PA++: ป้องกัน UVA ได้ปานกลาง
PA+++: ป้องกัน UVA ได้สูง
PA++++: ป้องกัน UVA ได้สูงสุด
ความสำคัญ: แบรนด์กันแดดที่ดีควรเน้นการปกป้องทั้ง SPF และ PA สูง เพื่อให้ลูกค้าได้รับการปกป้องที่ครบถ้วน (Broad Spectrum)
2. ข้อกำหนดทางกฎหมาย: สารกันแดดและการจดแจ้ง อย.
ในฐานะเจ้าของแบรนด์ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสารกันแดดที่อนุญาตให้ใช้และกระบวนการทางกฎหมายเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะนั่นคือการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยต่อสาธารณะ
🛡️ สารป้องกันแสงแดดที่อนุญาตให้ใช้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีการประกาศกำหนดรายชื่อและเงื่อนไขการใช้ สารป้องกันแสงแดด (UV Filters) ที่อนุญาตให้ใส่ในเครื่องสำอาง เพื่อควบคุมความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบกับโรงงานผลิต (OEM) ว่าสารกันแดดที่ใช้ในสูตรนั้นอยู่ในรายการที่ อย. กำหนดหรือไม่ และต้องใช้ในปริมาณ (Concentration) ที่ไม่เกินข้อจำกัดที่ระบุไว้ เช่น สารกันแดดชนิดใหม่บางตัวอาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณสูงสุดที่ใช้ได้ หรือมีเงื่อนไขห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เป็นต้น การละเลยข้อกำหนดนี้อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ถูกยึดหรือถูกสั่งระงับการจำหน่ายได้
📜 ขั้นตอนสำคัญ: การจดแจ้งเลขที่ อย.
ครีมกันแดดทุกชนิดต้องผ่านการ จดแจ้งเครื่องสำอางควบคุม ก่อนการผลิตและจำหน่าย นี่คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างแบรนด์ที่ถูกกฎหมายกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน:
การยื่นจดแจ้ง: โดยปกติแล้ว โรงงานผลิต (OEM) ที่ได้รับมาตรฐานจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นคำขอจดแจ้งผลิตภัณฑ์ต่อ อย. ในนามของเจ้าของแบรนด์
สิ่งที่ต้องเตรียม: ต้องมีการระบุชื่อการค้า ชื่อเครื่องสำอาง ส่วนประกอบสำคัญในสูตร และรายละเอียดของฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ อย. ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายและหลักเกณฑ์
เลขที่จดแจ้ง: เมื่อผ่านการพิจารณา จะได้รับ ใบรับจดแจ้ง ซึ่งมีอายุ 3 ปี และจะมีการระบุ เลขที่ใบรับจดแจ้ง 10 หลัก (เช่น 10-1-xxxxxxx) ซึ่งต้องนำไปแสดงบนฉลากสินค้าอย่างชัดเจน
ความสำคัญ:
สร้างความเชื่อมั่น: เลข อย. คือหลักฐานที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ของคุณได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเบื้องต้นและถูกต้องตามกฎหมาย
เพิ่มโอกาสทางการตลาด: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถวางจำหน่ายในช่องทางที่น่าเชื่อถือ (เช่น ร้านค้าปลีกชั้นนำ, ร้านขายยา) ได้อย่างไม่มีปัญหา
3. การแสดงฉลาก: ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ฉลากผลิตภัณฑ์กันแดดถือเป็น "หน้าตา" และ "คำมั่นสัญญา" ของแบรนด์ ฉลากที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องประกอบด้วยข้อมูลสำคัญที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องรู้:
ชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์: ชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง
สารสำคัญ: ต้องระบุส่วนประกอบทั้งหมด (INCI Name) ตามหลักสากล
ค่า SPF และ PA: ต้องแสดงค่าตามผลการทดสอบที่เชื่อถือได้ และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ อย. กำหนด
ปริมาณสุทธิ: ระบุเป็นน้ำหนักหรือปริมาตร
วิธีใช้: คำแนะนำในการใช้ที่ถูกต้องและเหมาะสม
คำเตือน: เช่น "การใช้เครื่องสำอางที่มีสารป้องกันแสงแดดเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายจากแสงแดด"
ชื่อ/ที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า:
เลขที่ใบรับจดแจ้ง: (เลข 10 หลัก)
วันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุ:
เน้นย้ำ: การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็น "เท็จ" หรือ "เกินความจริง" เช่น การอ้างว่ารักษาฝ้าหายขาด หรือปกป้องได้ 100% เพราะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการโฆษณาเครื่องสำอาง
การเริ่มต้นธุรกิจกันแดดเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เมื่อคุณเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสื่อสารค่าการปกป้อง (SPF และ PA) อย่างถูกต้องและโปร่งใส จะเป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของคุณในด้านคุณภาพและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น